oHLa’s Journal :: เนื้องอกมดลูก เรื่องใกล้ตัวที่สาวๆไม่ควรมองข้าม

เมื่อพูดถึง “เนื้องอก” หลายคนมักตื่นตกใจ

เพราะมักจะมีความคิดเชื่อมโยง “เนื้องอก” ไปกับ “โรคมะเร็ง”

ซึ่งความคิดนี้ใช้ไม่ได้เสมอไป

เพราะเนื้องอกนั้นมีทั้งแบบที่ไม่อันตราย และแบบที่อันตราย

ขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อ และความผิดปกติของเซลล์นั้นๆด้วย

สำหรับบล็อกนี้เก๋จะมาเขียนเล่าถึงประสบการณ์ของตัวเอง

และข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเนื้องอกที่เกิดขึ้นบริเวณมดลูกให้เพื่อนๆได้อ่านเป็นข้อมูลความรู้กันนะคะ

myoma uteri หรือ uterine fibroid คือชื่อเฉพาะทางการแพทย์ที่ใช้เรียกเนื้องอกที่เกิดขึ้นบริเวณมดลูก

เนื้องอกชนิดนี้สามารถพบได้ใน 25-30% ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ก็คือวัยที่มีประจำเดือน

นับตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือนไปจนกระทั่งวัยหมดประจำเดือนกันเลย

การเกิดเนื้องอกชนิดนี้นั้นยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่ามาจากสาเหตุใด

ส่วนใหญ่แล้วจะพบในผู้หญิงตั้งแต่ช่วงวัย 30-50 ปี

เนื้องอกมดลูกนั้นแบ่งตามพื้นที่ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด 4 แบบ คือ

subserosal, intramural, submucosal, pedunculated myoma

fibroids

photo cr. myoma.co.uk

subserosal myoma – เนื้องอกที่ผิวด้านนอกมดลูก

intramural myoma – เนื้องอกที่กล้ามเนื้อมดลูก (พบได้บ่อยที่สุด)

submucosal myoma – เนื้องอกที่โพรงมดลูก

pedunculated myoma – เนื้องอกชนิดที่มีก้านยื่นเชื่อมติดกับมดลูก

สาเหตุของการเกิดเนื้องอกมดลูก

สมมติฐานหนึ่งจากการศึกษาข้อมูลในทางการแพทย์ การพูดคุยกับผู้ชำนาญการที่เกี่ยวข้องในด้านนี้

และผลลัพธ์หลังจากการฉีดยานี้ เป็นไปได้ว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนนั้นส่งผล

และอาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้เนื้องอกมดลูกเจริญเติบโตได้ดีขึ้น

นอกจากนี้การสืบทอดทางพันธุกรรมก็อาจจะเป็นอีกเหตุหนึ่งด้วยเช่นกัน

ตรวจพบเนื้องอกด้วยความบังเอิญ

เรื่องของเรื่องเก๋อาจจะไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมีเนื้องอกอยู่ที่บริเวณมดลูก ถ้าไม่ได้ไปพบคุณหมอเพื่อตรวจความพร้อมก่อนมีบุตร

ซึ่งในการตรวจความพร้อมก่อนมีบุตรนั้น นอกเหนือจากจะต้องตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด เอ็กซเรย์ปอดแล้ว

คุณหมอก็อาจจะให้เราอัลตราซาวน์เพื่อตรวจความปกติของมดลูกด้วย

เมื่ออัลตราซาวน์แล้วพบก้อนเนื้องอกที่บริเวณกล้ามเนื้อมดลูก

คุณหมอก็ส่งให้ไปทำ CT scan บริเวณครึ่งตัวล่าง เพื่อดูตำแหน่งที่แน่ชัด และขนาดของเนื้องอก

โชคดีว่าเก๋ไม่ได้แพ้อาหาร หรือยาอะไร เจ้าหน้าที่จึงนัดคิวสแกนได้ในวันถัดมา

..ได้ยินมาจากคุณพยาบาลว่าปกติคิวนัดที่โรงพยาบาลนี้ค่อนข้างแน่นมาก

คนไข้ต้องรอคิวเกือบเดือนถึงจะได้สแกน..

ประสบการณ์ทำ CT scan ครึ่งตัว

เราจะต้องงดอาหารก่อนทำ CT scan อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง และจะต้องอั้นปัสสาวะด้วย

เมื่อไปถึงที่แผนกรังสีฯ เราก็ต้องเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมพร้อมเข้ารับการตรวจ และพยาบาลจะมาเจาะเลือดให้เรา

พอถึงคิวตรวจคุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่รังสีฯจะให้ขึ้นไปนอนบนเตียง พร้อมกับให้ดื่มน้ำสีเขียวๆอีกแก้วใหญ่

ฉีดสีเข้าเส้นเลือด และสวนทวารด้วยน้ำเข้าไปอีก (กี่ซีซีจำไม่ได้?)

ตอนนั้นดื่มน้ำได้ครึ่งแก้วก็หันไปบอกพยาบาลว่าไม่ไหวแล้ว

ถ้าให้ดื่มอีกต้องวิ่งเข้าห้องน้ำแน่ๆ เพราะนี่ก็ปวดฉี่มากๆ

สุดท้ายต่อรองคุณพยาบาลไปได้นิดนึง จากดื่มน้ำ 1 แก้วใหญ่ เหลือแค่ 3/4 ของแก้ว

จังหวะเดียวกับน้ำที่ถูกสวนเข้าไปก็เริ่มบวมเป่งเต็มพุง

เจ้าหน้าที่ก็ทยอยออกไปจากห้องเอ็กซ์เรย์ ปล่อยให้เรานอนมวนท้อง

พุงบวมอยู่บนเตียงที่มีอุโมงค์ทะลุมิติแบบในภาพครอบอยู่ครึ่งตัว

ct-scan-illustration-article

photo cr. cancer.org

จากนั้นก็ต้องคอยฟังคำสั่งการหายใจเป็นจังหวะตามเสียงจากลำโพง

“หายใจเข้า.. หายใจออก.. กลั้นใจ”

วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่ากี่รอบ

แต่ความรู้สึกตอนนั้นมันช่างนานเหลือเกิน

ที่สำคัญคือคำสั่งของเจ้าหน้าที่นั้นไปไวกว่าลมหายใจของเรามาก

เทียบกันก็เหมือน big bike กับ จักรยานเฟสสัน นั่นล่ะ

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ภาพเอ็กซเรย์ที่น่าพอใจแล้วเรารีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำทันที

ย้ำว่าเร่งด่วนที่สุด!!! ต้องเข้าเดี๋ยวนั้นเท่านั้น!!!

…………….. พอทำธุระเสร็จก็โล่งสบายมาก ……………

นัดฟังผลเอ็กซเรย์

มาถึงวันนัดฟังผลคุณหมอเจ้าของไข้ดูฟิล์มแล้วบอกกับเราว่ามีก้อนเนื้อทั้งหมด 2 ก้อนที่กล้ามเนื้อมดลูก

ก้อนนึงกดทับกระเพาะปัสสาวะ และอีกก้อนเบียดอยู่ด้านหลังมดลูก

ทั้งสองก้อนมีขนาดประมาณ 6-7 ซ.ม.

ส่วนการตรวจเลือด ตรวจโรคต่างๆนั้นผ่านฉลุย ปกติดีทุกอย่าง

คุณหมอแนะนำว่าควรผ่าตัดเอาก้อนเนื้อนี้ออกก่อนเพื่อที่ว่าจะได้ไม่รบกวนการตั้งครรภ์ในอนาคต

ระหว่างที่รอคิวผ่าตัดก็ให้ฉีดยา Leuprorelin Acetate เพื่อช่วยลดขนาดของก้อนเนื้อด้วย

คุณหมอบอกว่า “ผลข้างเคียงของการฉีดยานี้จะทำให้ประจำเดือนหยุดไปประมาณ 2-3 เดือน

และจะส่งผลให้อารมณ์แปรปรวนและมีอาการร้อนวูบวาบ”

… ฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

เราเลยถามย้ำกับคุณหมอไปว่า “ร้อนวูบวาบคืออะไรคะ?

หมายถึงตัวร้อนเป็นพักๆเหรอคะ?”

คุณหมอยิ้มบางๆพร้อมหันมาทางคุณสามีและตอบว่า

“ตัวร้อนก็ใช่ครับ คืออาการทุกอย่างจะเหมือนคนวัยหมดประจำเดือนน่ะครับ”

พร้อมกับแววตาที่ดูเป็นห่วงเป็นใยหัวอกผู้ชายที่ต้องเผชิญกับอาร์ตตัวแม่

จุดนั้นเกรงใจคุณหมอสุดๆ ได้แต่คิดในใจว่า

“คุณหมอคะ ….. xqwfr2^&#$$@*#”

สัญญาณเตือนของร่างกาย

อาการต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ท้องอืด ท้องบวมโต

อาการปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ

มีประจำเดือนมาก หรือตกขาวมากผิดปกติ

ปวดปัสสาวะกลางดึกบ่อยๆ แต่กลับมีปัสสาวะค่อนข้างน้อย

หรือแม้แต่การปวดเมื่อเพศสัมพันธ์

อาการเหล่านี้เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนมักจะคิดไม่ถึงว่าเป็นสัญญาณเตือนของร่างกาย

ที่พยายามบอกกับเราว่ามีอะไรผิดปกติกำลังเกิดขึ้นนะ

อย่างตัวเก๋เองพอคุณหมอบอกตำแหน่งของเนื้องอกปุ๊บ

มันทำให้เราได้คำตอบกับตัวเองว่าทำไมช่วง 2-3 เดือนก่อนนี้เราถึงปวดฉี่ตอนดึกบ่อยๆ

และทำไมช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเราถึงมีอาการปวดสะโพกและบั้นเอวอยู่เรื่อยๆและไม่มีทีท่าว่าจะหายซักที

ตอนแรกที่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆก็แอบคิดว่าคงมีน้องแล้วแน่ๆ

แต่พอใช้แผ่นตรวจครรภ์ทีไรก็ขึ้นขีดเดียวตลอด ..

ถ้าเพื่อนๆมีอาการพวกนี้แล้วไม่แน่ใจ แนะนำให้ไปให้คุณหมอตรวจดูนะคะชัวร์สุด

ทางเลือกในการรักษาเนื้องอกมดลูก

การรักษาเนื้องอกมดลูกนั้นสามารถทำได้หลายวิธี

ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของเนื้องอก ความรุนแรงและผลข้างเคียงที่มี

รวมไปถึงอายุและความต้องการมีบุตรของคนไข้

วิธีการรักษาก็มีได้ตั้งแต่การทานยาและเฝ้าสังเกตอาการ ไปจนถึงการผ่าตัด

หรือแม้แต่การใช้เลเซอร์เข้ามาช่วยสลายเนื้องอกนั้นออกไป

ซึ่งต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลและเป็นผู้แนะนำเท่านั้น

ในส่วนของการรักษาแบบทางเลือกอย่างพวกการใช้สมุนไพร

หรือการฝังเข็มนั้นยังไม่มีการศึกษาและข้อมูลหลักฐานที่พิสูจน์ว่าได้ผลจริง

myoma-enantone-leuprorelin acetate

ยาที่ฉีด คือ Leuprorelin Acetate  คุณพยาบาลฉีดให้ที่สะโพก มือเบาสุดๆ แทบไม่รู้สึกเลย

ผลข้างเคียงหลังจากฉีดยา Leuprorelin Acetate

หลังจากที่ฉีดยาไปในเดือนแรกนั้นประจำเดือนยังมาปกติ แต่พอขึ้นเดือนที่ 2 และ 3 ก็จะไม่มีประจำเดือน

จิตตกเป็นพักๆ ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเป็นวูบๆ จากปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเหงื่อ และตัวไม่ร้อน

ก็กลายเป็นคนที่ตัวร้อนมาก ร้อนจนนอนไม่ได้ต้องเอา cooling pack มาคอยแปะประคบให้ตัวเย็นลง

เพิ่มเติมจากข้อมูลบนเวปไซต์ทางการแพทย์บอกว่ายาตัวนี้มีผลข้างเคียงต่อการเสื่อมสภาพของกระดูกด้วย

ฉะนั้นแนะนำว่าไม่ควรใช้ยานี้ต่อเนื่องเกิน 6 เดือน

1 เดือนก่อนผ่าตัด

มีนัดอัลตราซาวน์อีกครั้ง เพื่อดูขนาดของก้อนเนื้อ

ปรากฏว่าก้อนเนื้อทั้งสองก้อนนั้นมีขนาดลดลงเฉลี่ยก้อนละประมาณ 1 ซ.ม. ถือว่าเป็นน่าพอใจ

หลังจากนั้นก็นัดตรวจกับวิสัญญีแพทย์ และแพทย์อายุกรรมเพื่อประเมินปริมาณยาสลบที่ต้องใช้

และตรวจความพร้อมของร่างกายก่อนผ่าตัด

1-2 วันก่อนผ่าตัด

ก่อนผ่าตัดเราจะต้องไปเจาะเลือดเพื่อจองเลือดไว้ใช้ในการผ่าตัด

และคืนก่อนผ่าตัดจะต้องเหน็บยาไว้ที่ช่องคลอดเพื่อให้มดลูกอ่อนตัว จะช่วยให้ผ่าตัดได้ง่ายขึ้น

myoma-operation-preparation

คู่มือการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและยา cytotec สำหรับเหน็บช่องคลอด

myoma-toilettries-prepare

ถึงจะเป็นคนไข้เราก็ต้องไม่หยุดสวย เตรียมครีมบำรุงต่างๆไปให้พร้อม

วันผ่าตัด

คุณหมอนัดผ่าตัด 5 โมงเย็น แต่เราต้องงดข้าว งดน้ำตั้งแต่  9 โมงเช้าเป็นอะไรที่ยาวนานมาก

เริ่มตั้งแต่การฝ่ารถติดในเช้าวันศุกร์เพื่อไปโรงพยาบาลให้ทันเวลานัด

พอไปถึงก็ไปเตรียมตัวในห้องพักผู้ป่วยในช่วงที่รอคุณพยาบาลก็จะคอยมาวัดความดัน และวัดอัตราการเต้นของหัวใจเป็นระยะๆ

ก่อนผ่าตัดก็จะต้องสวนทวารเพื่อให้ถ่ายของเสียออกมาให้หมด โกนขน แล้วอาบน้ำฟอกตัวด้วยสบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียให้เรียบร้อย

พอถึงเวลาก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเข็นเตียงพาเราไปที่ห้องรอผ่าตัด ถึงตอนนั้นก็จะต้องฉีดยาและเจาะให้น้ำเกลือ

ช่วงที่ตื่นเต้นที่สุดคือตอนที่เข้าห้องผ่าตัด

บรรยากาศห้องผ่าตัดนี่เหมือนกับเราหลุดเข้าไปอยู่ในหนังวิทยาศาสตร์ยังไงยังงั้น

พอจัดท่านอนเรียบร้อยแล้วผู้ช่วยฯก็จะให้เราดมยาสลบ ดมไปประมาณ 5-6 ลมหายใจก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว

พอตื่นมาอีกทีก็ผ่าตัดเรียบร้อย ได้ยินเสียงคุณพยาบาลเรียกชื่อเราอยู่ตรงปลายเตียง

พอเราได้สติสักพักเจ้าหน้าที่ก็เข็นเรากลับไปที่ห้องพักผู้ป่วย

myoma-tanscervial-resection

คุณหมอเจาะพุงทั้งหมด 4 รู ช่องที่ใหญ่ที่สุดคือสะดือ เพราะเป็นจุดที่ปั่นเนื้องอกออกมา

พักฟื้น

หลังจากนั้นคุณหมอก็ให้พักที่โรงพยาบาลอยู่อีก 2-3 วัน

ในช่วงวันแรกยังต้องให้น้ำเกลือและทานแต่อาหารอ่อนอยู่

พอขึ้นวันที่ 2 ก็เริ่มทานอาหารหนักได้มากขึ้น อย่างพวกข้าวต้มทานคู่กับกับข้าวอื่นๆและผลไม้

ส่วนแผลผ่าตัดนั้นยังคงถูกแปะพลาสเตอร์กันน้ำเอาไว้อีกกว่า 10 วัน

ถึงวันที่คุณหมอนัดกลับมา follow up และฟังผลชิ้นเนื้อค่อยแกะออก

ช่วงแรกๆที่กลับมาบ้านอาจจะยังเดินลำบากนิดหน่อย เพราะจะมีอาการเจ็บแผลบ้าง

ซึ่งคุณหมอก็จะให้ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ และยาลดแก๊สในกระเพาะอาหารกลับมาทานด้วย

เราก็มีหน้าที่ทำตามที่คุณหมอบอก คือทานยาให้ตรงเวลาและต่อเนื่องจนครบ

การผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องนั้นร่างกายจะฟื้นตัวเร็วมาก

สำหรับตัวเก๋เองแค่ประมาณ 1 สัปดาห์นับจากวันที่ผ่าตัดก็ทำกิจกรรมได้ตามปกติ

เดินขึ้นลงบันได ทานอาหาร ฯลฯ เหมือนปกติทุกอย่าง

หลังจากนั้นนัด follow up กับคุณหมออีกครั้งทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี

คุณหมอบอกว่าเป็นเนื้องอกมดลูกปกติ (leiomyoma) ผ่าตัดแล้วก็หาย

ส่วนฤทธิ์ยา Leuprorelin Acetate ที่เคยฉีดไว้ก็น่าจะหมดในเดือนหน้า

(ถ้านับคร่าวๆก็แสดงว่าฤทธิ์ยาอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน)

ประจำเดือนก็น่าจะมาตามปกติ และอาการร้อนวูบวาบก็จะหายไปเอง

  …

บอกสาวๆรอบตัวที่คุณรัก

ถ้าสงสัยว่าอาจจะเป็นเนื้องอกให้ไปหาหมอเลยนะคะ ไม่น่ากลัวค่ะ ^^

– หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะคะ –

Advertisements